ปวอ. มาตรา ๑๗๒
            การพิจารณา และ สืบพยาน ใน ศาล ให้ทำโดยเปิดเผย ต่อหน้า จำเลย เว้นแต่ บัญญัติไว้ เป็นอย่างอื่น
            เมื่อ โจทก์ หรือ ทนายโจทก์ และ จำเลย มาอยู่ต่อหน้า ศาล แล้ว และ ศาล เชื่อว่า เป็น จำเลย จริง ให้อ่าน และ อธิบายฟ้อง ให้ จำเลย ฟัง และ ถามว่า ได้กระทำผิด จริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้ อย่างไรบ้าง คำให้การของ จำเลย ให้จดไว้ ถ้า จำเลย ไม่ยอมให้การ ก็ให้ ศาล จดรายงานไว้ และ ดำเนินการพิจารณา ต่อไป
            *ในการสืบพยาน เมื่อ ได้พิเคราะห์ถึง เพศ อายุ ฐานะ สุขภาพอนามัย ภาวะแห่งจิต ของ พยาน หรือ ความเกรงกลัว ที่ พยาน มีต่อ จำเลยแล้ว จะดำเนินการ โดยไม่ให้ พยาน เผชิญหน้าโดยตรง กับ จำเลย ก็ได้ ซึ่ง อาจกระทำโดย การใช้ โทรทัศน์วงจรปิด สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ วิธีอื่น ตามที่กำหนดใน ข้อบังคับ ของ ประธานศาลฎีกา และ จะให้สอบถาม ผ่าน นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือ บุคคลอื่นที่ พยาน ไว้วางใจด้วย ก็ได้
            *ในการสืบพยาน ให้มี การบันทึก คำเบิกความ พยาน โดยใช้วิธีการบันทึก ลงใน วัสดุ ซึ่ง สามารถ ถ่ายทอดออกเป็นภาพ และ เสียง ซึ่ง สามารถตรวจสอบถึง ความถูกต้อง ของ การบันทึกได้ และ ให้ ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ใช้การบันทึกดังกล่าว ประกอบการพิจารณาคดี ด้วย ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไข ที่กำหนดใน ข้อบังคับ ของ ประธานศาลฎีกา
            *ข้อบังคับ ของ ประธานศาลฎีกา ตาม วรรคสาม และ วรรคสี่ เมื่อได้รับ ความเห็นชอบ จาก ที่ประชุมใหญ่ ของ ศาลฎีกา และ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้


ดู ปวอ. มาตรา ๑๗๗
เทียบ ปวอ. มาตรา ๑๓๐

* วรรค สาม สี่ และ ห้า เพิ่มเติมโดย มาตรา ๑๐ แห่ง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑