มาตรา ๑๐๖ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            สมาชิกภาพ ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลง เมื่อ
                        (๑) ถึงคราวออก ตาม อายุ ของ สภาผู้แทนราษฎร หรือ มีการ ยุบสภาผู้แทนราษฎร
                        (๒) ตาย
                        (๓) ลาออก
                        (๔) ขาดคุณสมบัติ ตาม มาตรา ๑๐๑
                        (๕) มีลักษณะต้องห้าม ตาม มาตรา ๑๐๒
                        (๖) กระทำการ อันต้องห้าม ตาม มาตรา ๒๖๕ หรือ มาตรา ๒๖๖
                        (๗) ลาออก จาก พรรคการเมือง ที่ตนเป็นสมาชิก หรือ พรรคการเมือง ที่ตนเป็นสมาชิก มีมติ ด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า สามในสี่ ของ ที่ประชุมร่วม ของ คณะกรรมการบริหาร ของ พรรคการเมือง และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สังกัดพรรคการเมือง นั้น ให้พ้นจาก การเป็น สมาชิก ของ พรรคการเมือง ที่ตนเป็นสมาชิก ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่า สิ้นสุด สมาชิกภาพ นับแต่ วันที่ลาออก หรือ พรรคการเมืองมีมติ เว้นแต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นั้น ได้อุทธรณ์ ต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ พรรคการเมืองมีมติ คัดค้านว่า มติดังกล่าว มีลักษณะ ตาม มาตรา ๖๕ วรรคสาม ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า มติดังกล่าว มิได้มี ลักษณะ ตาม มาตรา ๖๕ วรรคสาม ให้ถือว่าสมาชิกภาพ สิ้นสุดลง นับแต่ วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย แต่ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า มติดังกล่าว มีลักษณะ ตาม มาตรา ๖๕ วรรคสาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้น อาจเข้าเป็น สมาชิก ของ พรรคการเมืองอื่นได้ ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย
                        (๘) ขาดจากการ เป็น สมาชิก ของ พรรคการเมือง ในกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง ยุบพรรคการเมือง ที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นั้น เป็นสมาชิก และ ไม่อาจเข้าเป็น สมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ ภายใน หกสิบวัน นับแต่ วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่า สิ้นสุด สมาชิกภาพ นับแต่ วันถัดจาก วันที่ครบกำหนด หกสิบวัน นั้น
                        (๙) วุฒิสภา มีมติ ตาม มาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอน ออกจากตำแหน่ง หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย ให้พ้นจาก สมาชิกภาพ ตาม มาตรา ๙๑ หรือ ศาลฎีกา มีคำสั่ง ตาม มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่า สิ้นสุด สมาชิกภาพ นับแต่ วันที่ วุฒิสภา มีมติ หรือ ศาล มีคำวินิจฉัย หรือ มีคำสั่ง แล้วแต่กรณี
                        (๑๐) ขาดประชุม เกินจำนวนหนึ่งในสี่ ของ จำนวน วันประชุมใน สมัยประชุม ที่มีกำหนดเวลา ไม่น้อยกว่า หนึ่งร้อยยี่สิบวัน โดย ไม่ได้รับอนุญาต จาก ประธานสภาผู้แทนราษฎร
                        (๑๑) ต้องคำพิพากษา ถึงที่สุด ให้จำคุก แม้จะมี การรอการลงโทษ เว้นแต่ เป็น การรอการลงโทษ ในความผิด อันได้กระทำ โดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือ ความผิดฐาน หมิ่นประมาท


เทียบ มาตรา ๑๑๙