มาตรา ๑๑๐ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            ภายหลังที่ คณะรัฐมนตรี เข้าบริหารราชการแผ่นดิน แล้ว พระมหากษัตริย์ จะทรงแต่งตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็น หัวหน้าพรรคการเมือง ใน สภาผู้แทนราษฎร ที่สมาชิกในสังกัด ของพรรคตน มิได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี และ มีจำนวนมากที่สุด ในบรรดาพรรคการเมือง ที่สมาชิกในสังกัด มิได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี แต่ ไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้า ของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของ สภาผู้แทนราษฎร ในขณะแต่งตั้ง เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
            ในกรณีที่ ไม่มี พรรคการเมืองใด ใน สภาผู้แทนราษฎร มีลักษณะ ที่กำหนดไว้ ตาม วรรคหนึ่ง ให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เป็น หัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่ง ได้รับเสียงสนับสนุนข้างมาก จาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน พรรคการเมือง ที่สมาชิก ในสังกัดของพรรค นั้น มิได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี เป็น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ มีเสียงสนับสนุนเท่ากัน ให้ใช้วิธี จับสลาก
            ให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็น ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
            ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ย่อมพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ ขาดคุณสมบัติ ดังกล่าวใน วรรคหนึ่ง หรือ วรรคสอง และ ให้นำ บทบัญญัติ มาตรา ๑๒๔ วรรคสี่ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม ในกรณีเช่นนี้ พระมหากษัตริย์ จะได้ทรงแต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่าง


ประกาศ แต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) พ.ศ. ๒๕๕๑