มาตรา ๑๓๑ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            ในระหว่าง สมัยประชุม ห้ามมิให้ จับ คุมขัง หรือ หมายเรียกตัว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา ไปทำการสอบสวน ในฐานะที่ สมาชิกผู้นั้น เป็น ผู้ต้องหา ในคดีอาญา เว้นแต่ ในกรณีที่ ได้รับอนุญาต จาก สภา ที่ผู้นั้นเป็น สมาชิก หรือ ในกรณีที่ จับในขณะ กระทำความผิด
            ในกรณีที่ มีการจับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา ในขณะ กระทำความผิด ให้รายงาน ไปยัง ประธานแห่งสภา ที่ผู้นั้น เป็นสมาชิก โดยพลัน และ ประธานแห่งสภา ที่ผู้นั้น เป็นสมาชิก อาจสั่งให้ปล่อย ผู้ถูกจับ ได้
            ในกรณีที่ มีการฟ้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา ในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้อง นอก หรือ ใน สมัยประชุม ศาล จะพิจารณาคดี นั้นในระหว่าง สมัยประชุม มิได้ เว้นแต่ จะได้รับอนุญาต จาก สภา ที่ผู้นั้น เป็นสมาชิก หรือ เป็น คดีอันเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ การได้มา ซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง แต่ การพิจารณาคดี ต้อง ไม่เป็น การขัดขวาง ต่อการที่ สมาชิก ผู้นั้น จะมาประชุมสภา
            การพิจารณาพิพากษาคดี ที่ศาล ได้กระทำ ก่อน มีคำอ้างว่า จำเลย เป็น สมาชิก ของ สภาใดสภาหนึ่ง ย่อมเป็นอันใช้ได้
            ถ้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภา ถูกคุมขัง ในระหว่าง สอบสวน หรือ พิจารณา อยู่ก่อน สมัยประชุม เมื่อถึง สมัยประชุม พนักงานสอบสวน หรือ ศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อย ทันที ถ้า ประธานแห่งสภา ที่ผู้นั้น เป็น สมาชิก ได้ร้องขอ
            คำสั่งปล่อย ให้มีผลบังคับ ตั้งแต่ วันสั่งปล่อย จนถึง วันสุดท้าย แห่ง สมัยประชุม


พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ การได้มา ซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐