มาตรา ๑๖๕ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ย่อมมีสิทธิ ออกเสียงประชามติ
            การจัดให้มี การออกเสียงประชามติ ให้กระทำได้ ในเหตุ ดังต่อไปนี้
                        (๑) ในกรณีที่ คณะรัฐมนตรี เห็นว่า กิจการในเรื่องใด อาจกระทบถึง ประโยชน์ได้เสีย ของ ประเทศชาติ หรือ ประชาชน นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบ ของ คณะรัฐมนตรี อาจปรึกษา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ประธานวุฒิสภา เพื่อ ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ให้มี การออกเสียงประชามติ ได้
                        (๒) ในกรณีที่ มีกฎหมาย บัญญัติให้มี การออกเสียงประชามติ
            การออกเสียงประชามติ ตาม (๑) หรือ (๒) อาจจัดให้เป็น การออกเสียง เพื่อ มีข้อยุติ โดยเสียงข้างมาก ของ ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ในปัญหาที่จัดให้มี การออกเสียงประชามติ หรือ เป็นการออกเสียง เพื่อให้คำปรึกษา แก่ คณะรัฐมนตรี ก็ได้ เว้นแต่ จะมีกฎหมายบัญญัติไว้ เป็นการเฉพาะ
            การออกเสียงประชามติ ต้องเป็น การให้ออกเสียง เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ในกิจการ ตามที่จัดให้มี การออกเสียงประชามติ และ การจัดการออกเสียงประชามติ ในเรื่องที่ ขัด หรือ แย้ง ต่อ รัฐธรรมนูญ หรือ เกี่ยวกับ ตัวบุคคล หรือ คณะบุคคล จะกระทำ มิได้
            ก่อน การออกเสียงประชามติ รัฐ ต้องดำเนินการ ให้ข้อมูล อย่างเพียงพอ และ ให้บุคคล ฝ่ายที่เห็นชอบ และ ไม่เห็นชอบ กับ กิจการ นั้น มีโอกาส แสดงความคิดเห็น ของตน ได้อย่างเท่าเทียมกัน
            หลักเกณฑ์ และ วิธีการ ออกเสียงประชามติ ให้เป็นไป ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การออกเสียงประชามติ  ซึ่ง อย่างน้อย ต้องกำหนด รายละเอียด เกี่ยวกับ วิธีการออกเสียงประชามติ ระยะเวลา ในการดำเนินการ และ จำนวนเสียงประชามติ เพื่อ มีข้อยุติ


พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๒