มาตรา ๒๐๖ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            การสรรหาและการเลือก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตาม มาตรา ๒๐๔ (๓) และ (๔) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
                        (๑) ให้มี คณะกรรมการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร และ ประธาน องค์กรอิสระ ตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่ง เลือกกันเอง ให้เหลือ หนึ่งคน เป็น กรรมการ ทำหน้าที่ สรรหา และ คัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม มาตรา ๒๐๔ (๓) และ (๔) ให้แล้วเสร็จ ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ มีเหตุทำให้ต้องมีการเลือก บุคคล ให้ดำรงตำแหน่ง ดังกล่าว แล้วให้ เสนอรายชื่อ ผู้ได้รับเลือก พร้อมความยินยอม ของ ผู้นั้น ต่อ ประธานวุฒิสภา มติในการคัดเลือก ดังกล่าว ต้องลงคะแนน โดยเปิดเผย และ ต้อง มีคะแนน ไม่น้อยกว่า สองในสาม ของ จำนวน กรรมการ ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่ ไม่มี กรรมการ ในตำแหน่งใด หรือ มีแต่ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้า กรรมการ ที่เหลืออยู่ นั้น มีจำนวน ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ให้ คณะกรรมการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย กรรมการ ที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ ให้นำ บทบัญญัติใน มาตรา ๑๑๓ วรรคสอง มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
                        (๒) ให้ ประธานวุฒิสภา เรียกประชุม วุฒิสภา เพื่อ มีมติ ให้ความเห็นชอบ บุคคล ผู้ได้รับการคัดเลือก ตาม (๑) ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ ได้รับรายชื่อ การลงมติ ให้ใช้วิธี ลงคะแนนลับ ในกรณีที่ วุฒิสภา ให้ความเห็นชอบ ให้ ประธานวุฒิสภา นำความ กราบบังคมทูล เพื่อ ทรงแต่งตั้ง ต่อไป ในกรณีที่ วุฒิสภา ไม่เห็นชอบ ในรายชื่อใด ไม่ว่าทั้งหมด หรือ บางส่วน ให้ส่ง รายชื่อ นั้น กลับไป ยัง คณะกรรมการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย เหตุผล เพื่อ ให้ดำเนินการสรรหาใหม่ หาก คณะกรรมการสรรหา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นด้วย กับ วุฒิสภา และ มีมติยืนยัน ตาม มติเดิม ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ให้ส่งรายชื่อ นั้น ให้ ประธานวุฒิสภา นำความ กราบบังคมทูล เพื่อ ทรงแต่งตั้งต่อไป แต่ถ้า มติที่ยืนยัน ตามมติเดิม ไม่เป็นเอกฉันท์ ให้เริ่มกระบวนการสรรหา ใหม่ ซึ่ง ต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่มีเหตุ ให้ต้องดำเนินการ ดังกล่าว
            ในกรณีที่ ไม่อาจสรรหา ผู้ทรงคุณวุฒิ ตาม (๑) ได้ ภายในเวลา ที่กำหนด ไม่ว่า ด้วยเหตุใดๆ ให้ ที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา แต่งตั้งผู้ พิพากษา ใน ศาลฎีกา ซึ่ง ดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกา จำนวน สามคน และ ให้ ที่ประชุมใหญ่ ตุลาการใน ศาลปกครองสูงสุด  แต่งตั้ง ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด จำนวน สองคน เป็น กรรมการสรรหา เพื่อดำเนินการ ตาม (๑) แทน