มาตรา ๒๔๖ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            คณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ คนหนึ่ง และ กรรมการอื่น อีกแปดคน  ซึ่ง พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง ตาม คำแนะนำ ของ วุฒิสภา
            กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ต้องเป็น ผู้ซึ่ง มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และ มี คุณสมบัติ และ ไม่มี ลักษณะต้องห้าม ตาม มาตรา ๒๐๕ โดย เคยเป็น รัฐมนตรี กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ เคยรับราชการ ในตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าอธิบดี หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร ในหน่วยราชการ ที่มีอำนาจบริหาร เทียบเท่าอธิบดี หรือ ดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าศาสตราจารย์ ผู้แทน องค์การพัฒนาเอกชน หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีองค์กรวิชาชีพ ตามกฎหมาย มาเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า สามสิบปี ซึ่ง องค์การพัฒนาเอกชน หรือ องค์กรวิชาชีพ นั้น ให้การรับรอง และ เสนอชื่อ เข้าสู่กระบวนการสรรหา
            การสรรหาและการเลือก กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้นำ บทบัญญัติ มาตรา ๒๐๔ วรรคสาม และ วรรคสี่ มาตรา ๒๐๖ และ มาตรา ๒๐๗ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม โดยให้มี คณะกรรมการสรรหา จำนวน ห้าคน ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร
            ให้ ประธานวุฒิสภา เป็น ผู้ลงนาม รับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้ง ประธานกรรมการ และ กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
            ให้มี กรรมการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต ประจำจังหวัด โดย คุณสมบัติ กระบวนการสรรหา และ อำนาจหน้าที่ ให้เป็นไป ตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย การป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต