มาตรา ๒๙๑ รัฐธรรมนูญ แห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
            การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ ตาม หลักเกณฑ์ และ วิธีการ ดังต่อไปนี้
                        (๑) ญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้อง มาจาก คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวน ไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้า ของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของ สภาผู้แทนราษฎร หรือ จาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน ไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้า ของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของ ทั้งสองสภา หรือ จาก ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ไม่น้อยกว่า ห้าหมื่นคน ตาม กฎหมาย ว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย
                            ญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเป็น การเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข หรือ เปลี่ยนแปลง รูปของรัฐ จะเสนอ มิได้
                        (๒) ญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้อง เสนอเป็น ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และให้ รัฐสภา พิจารณา เป็น สามวาระ
                        (๓) การออกเสียงลงคะแนน ในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการ ให้ใช้วิธี เรียกชื่อ และ ลงคะแนน โดยเปิดเผย และ ต้องมี คะแนนเสียง เห็นชอบด้วย ในการแก้ไขเพิ่มเติม นั้น ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง ของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของ ทั้งสองสภา
                        (๔) การพิจารณา ในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ต้อง จัดให้มี การรับฟังความคิดเห็น จาก ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เข้าชื่อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ด้วย
                            การออกเสียงลงคะแนน ในวาระที่สอง ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ให้ถือเอา เสียงข้างมาก เป็นประมาณ
                        (๕) เมื่อ การพิจารณาวาระที่สอง เสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ สิบห้าวัน เมื่อ พ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ รัฐสภา พิจารณา ในวาระที่สาม ต่อไป
                        (๖) การออกเสียงลงคะแนน ในวาระที่สาม ขั้นสุดท้าย ให้ใช้วิธี เรียกชื่อ และ ลงคะแนน โดยเปิดเผย และ ต้อง มีคะแนนเสียง เห็นชอบด้วย ในการที่จะให้ออกใช้ เป็น รัฐธรรมนูญ มากกว่า กึ่งหนึ่ง ของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ของ ทั้งสองสภา
                        (๗) เมื่อ การลงมติได้เป็นไป ตาม ที่กล่าวแล้ว ให้นำ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวาย และ ให้นำ บทบัญญัติ มาตรา ๑๕๐ และ มาตรา ๑๕๑ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม


พระราชบัญญัติ ว่าด้วย การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒
อนุ (๑) ถ้า เป็นการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ จะใช้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพียง ไม่น้อยกว่า หนึ่งหมื่นคน ตาม มาตรา ๑๖๓